ข่าวสังคม-โซเชียล » เหยื่อแก๊งทหาร อุ้มซ้อมโหด เล่าชั่วโมงชีวิต คิดว่าจะไม่รอด คนพี่ร้องก่อนสิ้นใจ

เหยื่อแก๊งทหาร อุ้มซ้อมโหด เล่าชั่วโมงชีวิต คิดว่าจะไม่รอด คนพี่ร้องก่อนสิ้นใจ

22 April 2020
819   0

วันที่ 22 เมษายน 63 ที่ จังหวัดนครพนม ความคืบหน้ากลุ่มทหารชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ชอน. หรือ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้ก่อเหตุอุ้มสองพี่น้องไปเค้นให้รับสารภาพว่าค้ายาเสพติด ทำให้นายยุทธนา ซ้ายซา หรือด่อน อายุ 33 ปี พี่ชายเสียชีวิต ส่วนน้องชายคือ นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือแดง อายุ 29 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส





ล่าสุด นางป่าน ซ้ายซา อายุ 56 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ออกมาเรียกร้องไปยังหน่วยงานทหารว่า มาถึงวันนี้อยากฝากไปยังหน่วยงานทหารต้นสังกัด รีบนำตัวกลุ่มทหารที่กระทำผิดซ้อมลูกชายของตนจนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ มารับผิด รวมถึงกลุ่มทหารที่ทำผิดต้องกล้ารับผิด อยากให้รักษาเกียรติชายชาติทหาร ทำผิดกล้ารับผิด ออกมายื่นอกรับผิดชอบกับผลกรรมที่ก่อไว้ ไม่ต้องให้คนอื่นเสียเวลา และขอร้องอย่าคิดสู้คดี

ครอบครัวตนสูญเสียลูกชาย อยากให้ความเป็นธรรม เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเลวร้ายเกินไป โหดร้ายที่สุดเกินจะรับได้ ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ ส่วนคนเจ็บยังต้องรักษาตัวอีกนานกว่าจะปลอดภัย ไม่สามารถทำงานช่วยพ่อแม่ได้ อีกคนเสาหลักต้องตาย พ่อแม่อายุมาก มีลูกแค่ 2 คนที่ช่วยดูแล กลับมาสูญเสียอีก นึกถึงวันที่ไปรับลูกชายยังรับไม่ได้ ทั้งที่ลูกชายเจ็บถูกทำร้ายจะตายอยู่แล้ว ยังบอกว่าปลอดภัย แถมยังไม่อยากให้เอาตัวคืนมา หากไม่พยายามไปขอตัวลูกคืน ช้าอีกวันตนคิดว่าลูกชายอาจถึงตาย เพราะดูแล้วไม่มีความปรานีเลย แม่ของเหยื่อแก๊งทหารโหดกล่าว

ด้าน นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือแดง น้องชาย อายุ 29 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เล่าถึงพฤติกรรมกลุ่มทหารโหดว่า ขณะตนกับพี่ชายนั่งกินข้าวในกระท่อมนา จู่ๆ มีรถยนต์กระบะกลุ่มทหารมาจอด และบุกเข้าไปพยายามจับตัว ทำให้ตกใจพยายามหนี ยอมรับว่าเสพยา แต่ไม่เคยสร้างปัญหาเดือดร้อนให้สังคม ทำผิดยอมรับผิดหากจับไปดำเนินคดี ไม่เคยคิดขัดขืน นาทีแรกตั้งแต่จับตัวพี่ชายกับตนได้ ใส่กุญแจมือไพล่หลังทั้ง 2 คน จากนั้นมาเป็นชุดเลย ทั้งเตะถีบ กระทืบสารพัด พอนำไปฐานปฏิบัติการ ยังซ้อมต่อเป็นชั่วโมง เค้นให้รับกล่าวหาว่าค้ายาบ้า ทั้งที่ตนกับพี่ชายเสพแค่นั้น




เข้าไปในฐานได้ปิดไฟแยกซ้อม ได้ยินแต่เสียง พี่ชายถูกซ้อมครวญครางด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งเงียบไปคาดว่าหมดสติ และมารู้ทีหลังว่าถูกส่งไปโรงพยาบาลและเสียชีวิต ส่วนผมเจ็บปวดทรมานมาก ขอร้องเท่าไรก็ไม่ฟัง จนคิดว่าจะไม่รอด ยอมรับนึกถึงการกระทำของกลุ่มทหารมันเลวร้ายมาก โหดเหี้ยมเกินคน ไม่คิดว่าคนที่เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะทำแบบนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าว

ขอบคุณ thairath

Facebook Comments