ข่าวรอบโลก » ส่องรถ 8 มหาเศรษฐีพันล้านระดับโลก ที่รวยล้นฟ้า แต่ยังขับ “รถคันเก่า” ไปทำงาน ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย

ส่องรถ 8 มหาเศรษฐีพันล้านระดับโลก ที่รวยล้นฟ้า แต่ยังขับ “รถคันเก่า” ไปทำงาน ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย

4 July 2020
1159   0

ส่องรถ 10 มหาเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์) แม้พวกเขาจะรวยล้นฟ้า มีเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ยังขับรถคันเก่า แม้พวกมันจะมีราคาไม่แพง แต่บางคันก็มีคุณค่าทางจิตใจ

สำหรับ เจฟฟ์ เบซอส, บิล เกตต์, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์) นักธุรกิจด้านเทคโนโลยีของโลกนั้น การหาเงินพันล้าน (ดอลลาร์) สำหรับอาชีพของพวกเขานั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

มหาเศรษฐีเหล่านี้สามารถใช้เงินซื้อสิ่งต่างๆ ได้มากมายเพียงแค่ใจนึก จะซื้อรถซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะเหนือชั้น อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีก็ทำได้ แต่สำหรับพวกเขานั้นก็ยังคงเลือกที่จะขับรถคันเก่า หรือรถที่ราคาไม่แพงอยู่บ่อยครั้ง

เจฟฟ์ เบซอส รวยอันดับที่ 1 ของโลก มีทรัพย์สินประมาณ 3,510,006,000,000 บาท

ใครจะเชื่อว่า มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Amazon จะยังคงขับรถเก๋งยี่ห้อ Honda รุ่น Accord ปี 2013 เพราะถึงแม้ในคอลเล็คชั่นรถของเขาจะมีซูเปอร์คาร์อยู่หลายคัน แต่เจฟฟ์ก็ยังเก็บเจ้าคันนี้ไว้ และขับมันบ่อยครั้ง ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “มันเป็นรถที่ยอดเยี่ยมมากๆ”

บิลล์ เกตต์ รวยอันดับที่ 2 ของโลก มีทรัพย์สินประมาณ 3,044,076,000,000 บาท

เช่นเดียวกับเจฟฟ์ บิลล์ เกตต์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft รวยติดอันดับ 2 ของโลก ที่สามารถซื้อรถคันไหนในโลกก็ได้ อย่างล่าสุดที่เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ได้ซื้อก็คือ Porsche Taycan รถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม บิลล์ เกตต์ ก็ยังไม่ทิ้ง Porsche 911 Carerra รถคู่ใจที่เป็นคู่หูพาเขาไปทุกที่ ซึ่งเขาซื้อมันหลังจากที่ก่อตั้งบริษัท Microsoft โดยบิลล์ เกตต์ให้สัมภาษณ์กับพิธีกรชื่อดัง Ellen DeGeneres ว่าเป็นรถที่ดีที่สุดของเขา

วอร์เรน บัฟเฟตต์ มีทรัพย์สินประมาณ 2,096,685,000,000 บาท

ยกให้เป็นมหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตแบบสมถะจริงๆ กับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลก หากใครเคยอ่านประวัติของคุณปู่วอร์เรนจะพบว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่น่าทึ่งมาก รวมถึงเขายังประหยัดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เช่นเดียวกับรถที่เขาขับ ที่ผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่คุณปู่วอร์เรนยังคงขับรถ Cadillac DTS ปี 2549 อยู่ แม้ลูกสาวของเขาจะโน้มน้าวให้พ่ออัพเกรดเป็นรุ่นที่ดีกว่าเดิมอย่าง Cadillac XTS แต่คุณปู่ก็ไม่เอา พร้อมยังบอกเหตุผลกับ Fobes ว่า “ผมขับรถ 3,500 ไมล์ต่อปีเท่านั้น ดังนั้นนานๆ ที ผมถึงจะซื้อรถคันใหม่”

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มีทรัพย์สินประมาณ 1,699,091,400,000 บาท

หนึ่งในมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดติดอันดับ 6 ของโลก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เขาใส่ก็มักไม่ใช่แบรนด์หรูราคาแพง รวมถึงรถที่ขับก็ถูกแสนถูกถ้าเทียบกับความมั่งคั่งของเขา โดยรถที่มาร์คยังคงนำมาใช้อยู่ในปัจจุบันคือ Acura TSX ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือกรถรุ่นนี้เพราะ มีความปลอดภัยและรู้สึกสบายเวลาขับ

แลร์รี่ เพจ มีทรัพย์สินประมาณ 1,581,055,800,000 บาท และเซอร์เกย์ บริน มีทรัพย์สินประมาณ 1,525,144,200,000 บาท

สองคู่หูผู้ร่วมกันก่อตั้ง Google จับมือกันใช้รถจากญี่ปุ่นยี่ห้อ Toyota รุ่น Prius ซึ่งพวกเขาให้เหตุผลว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นพิษต่ออากาศ และที่สำคัญ อย่างที่รู้กันว่ารถรุ่นนี้ใช้ระบบไฮบริดมันจึงประหยัดน้ำมันมาก

ไมเคิล บลูมเบิร์ก มีทรัพย์สินประมาณ 1,490,976,000,000 บาท

นอกจากจะทำหน้าที่เป็น CEO ของ Bloomberg ผู้ให้บริการทางการเงิน, ซอฟต์แวร์ และมีเดีย แล้ว ไมเคิลยังพ่วงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ก ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้ติดต่อกันถึง 3 สมัย ตั้งแต่ปี 2544 และเมื่อเร็วนี้ ไมเคิล บลูมเบิร์ก ได้ประกาศว่าหากตัวเขาได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ เขาพร้อมที่จะขาย “บลูมเบิร์ก แอล.พี.” ทันที ซึ่งรถประจำตำแหน่งของ CEO และท่านนายกเทศมนตรีนั้น ไมเคิลเลือก Chevrolet Suburban ไว้เป็นพาหนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แจ็ค หม่า มีทรัพย์สินประมาณ 1,205,205,600,000 บาท

แจ็ค หม่า นักธุรกิจชาวจีน ผู้ร่วมก่อตั้งของ Alibaba Group กลุ่ม บริษัทข้ามชาติ และยังเป็นเจ้าของสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง South China Morning Post แจ็ค หม่า ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีอำนาจมากที่สุดของโลก และปัจจุบันเขายังเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน แต่สำหรับรถยนต์ที่เขาใช้นั้นไม่ใช่ซูเปอร์คาร์แต่อย่างใด แต่เขาเลือกรถระดับกลาง แต่สมรรถนะยอดเยี่ยมอย่าง Roewe RX5 SUV ปี 2018

หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่ามีเงินให้ซื้อบ้านก่อนรถ เพราะรถมีแต่คำว่า “ลด” เมื่อใช้ไปนานๆ มีรุ่นใหม่ออกมา ราคาค่างวดของมันก็มีแต่ลด ลด ลด รวมถึงเรายังต้องเสียค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน ค่าอื่นๆ อีกจิปาถะ หากลองคำนวนเงินดูแล้วเราสูญเสียไปกับมันไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหม? แต่หากคุณยังมีรถคันเก่าที่ยังขับได้ แอร์ยังเย็นชุ่มฉ่ำ พาคุณไปได้ทุกที่ ก็อย่าเพิ่งทิ้งมันไปเสียก่อนล่ะ

ที่มา : นิตยสารแพรว, liekr

Facebook Comments