ข่าวสังคม-โซเชียล » อัจฉริยะ รู้ตัวคนร้ายแล้ว ยัน เด็กไม่ได้ตายเอง ท้าแม่ชมพู่ ออกมาพูด

อัจฉริยะ รู้ตัวคนร้ายแล้ว ยัน เด็กไม่ได้ตายเอง ท้าแม่ชมพู่ ออกมาพูด

22 July 2020
814   0

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ รายการโหนกระแส ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ รศ.นพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว. กรณี “น้องชมพู่” กับการเสียชีวิตที่ยังเป็นปริศนา ซึ่งล่าสุดนายอัจฉริยะได้ออกมาเผยหลักฐานใหม่

อัจฉริยะ : “เรามองจากเกือบ 70 วัน ทุกคนพูดต่างๆ นานา เอาประเด็นแรก น้องขึ้นไปเองได้มั้ย ผมอยากให้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง น้องชมพู่ 3 ขวบ ถ้าเดินขึ้นไป แล้วไม่ได้ทานข้าว น้องสูง 95 เซนฯ ถ้าน้องหิวข้าวเป็นลม น้องต้องนอนหมดสติ จะนอนคว่ำ นอนตะแคง นอนหงายก็แล้วแต่ แล้วเสียชีวิต เลือดต้องตกหน้า แผ่นหลัง แผ่นข้าง นี่คือประเด็นที่หนึ่ง”

“ประเด็นที่สอง น้องสูง 85-95 เซนฯ เวลาเดินไปหญ้าต้องบาดด้านไหน ถ้าใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นอย่างที่แม่บอก ต้องบาดด้านหน้าคือใต้หัวเข่าลงมา กับแขน ตามบริเวณใบหน้า ส่วนกิ่งไม้เป็นไปไมได้ เพราะกิ่งไม้มันสูง ตรงนี้ให้ตัดทิ้งไปเลยเพราะด้านหน้าหมอนิติเวชบอกแล้วไม่มีบาดแผล แล้วถ้าเป็นบาดแผลโดนหญ้าบาดแผลต้องเปิด เลือดต้องไหลซิบ ก็ตัดประเด็นนี้ไป”

“ประเด็นที่สาม น้องจะเอารองเท้าไปวาง เอารถของเล่นไปวาง ถอดกางเกง หรือปีนเขาไปเสียชีวิตข้างบน นอนหงายตามภาพ ขางอมา ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จะถอดเสื้อผ้าทำไม เอาของเล่นไปวางทำไม อันนี้ตัดทิ้งเลย ประเด็นน้องเดินขึ้นไปเสียชีวิตเอง ผมยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ตัดทิ้งได้เลย”

ภาพจาก โหนกระแส

“ประเด็นต่อมา เราดูเรื่องบาดแผล มุมมองเรา มีแพทย์ของเรา เป็นการนำเสนอ ไม่ได้ขัดแย้งกับความคิดเห็นของนิติเวชนะ แต่เป็นอีกมิติหนึ่ง ที่หมอคนแรกเห็นศพคนแรก ผลของคุณหมอคนแรกที่เห็นศพคนแรกเอามาให้แพทย์ของผมวิเคราะห์และนำภาพมาดู วิเคราะห์จากบาดแแผล คุณหมอคนแรก เขียนผลรายงานชันสูตรศพเบื้องต้นดีมาก ท่านบอกมีรอยถลอก”

“ถ้าเราดูจากบาดแผลเป็นภาพรอยเส้นยาว เราสันนิษฐานว่าเป็นก้านมะยม เพราะผมไม่เคยไปสถานที่ ไม่เคยคุยกับพนักงานสอบสวน ผมก็สืบจากศพน้องชมพู่ เราเห็นเลยว่าที่ก้นที่ขาถูกตีอยู่ด้านหลัง ด้านหลังก็ถูกตีเป็นริ้วยาว สีเข้มแบบเดียวกัน ตรงนี้เป็นแผลปริ เวลาเสียชีวิต คุณหมอก็รู้อยู่แล้วว่าเด็กเลือดจะตกนิ่งอยู่ 4 ชม. หลังเสียชีวิต คุณหมอท่านนี้บอกว่าเลือดตกปลายขา

เราสันนิษฐานว่าเด็กคนนี้ถูกถอดเสื้อผ้า แล้วถูกผู้ใหญ่จับแขนตีไม่ยั้ง เพราะจะเห็นว่าทั้งแผ่นหลัง ก้น เป็นเส้นๆ ริ้วๆ ที่ผู้สื่อข่าวไปจำลองเรื่องก้านมะยม บาดแผลลักษณะคล้ายกัน”

อัจฉริยะ : “ทดลองมาแล้ว เราสืบจากศพ จากร่องรอยบาดแผล และสืบจากผลจากคุณหมอที่ชันสูตรเบื้องต้น”

นิติเวชพิสูจน์ไป 3 สถาบัน สองที่ลงความเห็นทิศทางเดียวกัน แต่ไม่เคยพูดเรื่องการเฆี่ยน การออกมาแบบนี้จะเป็นการชี้นำหรือเปล่า

อัจฉริยะ : “ไม่ๆ อย่างที่บอกเป็นมุมมองเรา ผมไม่ได้ขัดแย้งกับนิติเวช ผลนิติเวชก็บอกว่ามีรอยถลอก แล้วก้านมะยมมันไม่ใช่ไม้เส้นเรียบ ก็เป็นขรุขระเกิดเป็นรอยถลอกได้”

หมอบอกว่ารอยหญ้าบาด พี่มองว่าเด็กเดินไปข้างหน้าไม่ได้เดินถอยหลัง ฉะนั้นหญ้าต้องบาดด้านหน้า ด้านหลังมีรอยแผลไม่ได้

อัจฉริยะ : “เป็นไปไม่ได้ ก้นมายังไง หลังขายังไง มันเกิดจากด้านหลังทั้งหมด แสดงว่าต้องมีคนจับเด็กถอดเสื้อผ้าตี พอตีไม่ยั้ง เด็กก็เกิดเหมือนที่คุณหมอบอกว่าหัวใจสลาย มันคล้ายๆ กัน คือเกิดจากความกลัว เด็กเวลาเสียชีวิตตาค้าง ตาไม่หลับ มือเกร็งสองข้าง กำอยู่เลยไม่แบ แม้แต่ตอนเจอศพน้องก็ยังกำมืออยู่ เกิดจากความกลัวสุดขีด ช็อก

หลังเสียชีวิตผมเชื่อว่าเขามีอยู่สองทาง ถ้าไม่อุ้มช้อน ขาห้อยสองข้าง เลือดเลยตกปลายขา เวลาเอาไปอำพรางบนเขา ก็ใช้เวลา 3 ชม. ทำให้เลือดตกปลายขาเหมือนที่คุณหมอคนแรกวินิจฉัย แล้วอีกวิธีคือถ้าพาดบ่าก็ต้องมีเลือดที่มือที่แขน แต่คุณหมอบอกว่าที่ขา ไม่มีที่มือที่แขน ผมก็เลยคิดว่าใช้วิธีอุ้มเลยเกิดเป็นแรงโน้มถ่วง เดินขึ้นไปเองตัดทิ้ง ล่วงละเมิดตัดทิ้ง ทีนี้ก็มีคนพาขึ้นไปทำร้าย และมีคนทำร้ายน้องบาดเจ็บสาหัส”

อาจารย์มองยังไง

รศ.นพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว. : “ถ้าประเด็นบาดแผล ตามข้อเท็จจริง เวลานิติเวชเขียนเรื่องบาดแผลเราจะเห็นว่าบาดแผลฉีกขาด ถลอก จะบอกเรื่องขนาดไม่ได้บอกเรื่องอาวุธ แม้แต่ถูกแทง ก็จะบอกขนาดว่ากว้างเท่าไหร่ ลึกเท่าไหร่ พอขึ้นศาล ศาลท่านก็ให้พนักงานสอบสวนเอาวัตถุพยานมาให้ดู แล้วถามว่าสอดคล้องกับบาดแผลหรือไม่ ถ้าไม่สอดคล้องก็ไม่ใช่ กรณีนี้คุณอัจฉริยะบอกว่าเป็นก้านมะยมได้หรือไม่ ก็เป็นคำถามที่ดีนะ เราต้องมาเปรียบเทียบดูว่าก้านมะยมเป็นไปได้หรือไม่ แต่โดยปกติที่เขียน ผมเข้าใจว่าไม่มีหมอคนไหนบอกว่าเป็นหญ้าคา เพียงแต่ว่าอาจเป็นข้อสังเกตว่าตรงนั้นมีหญ้า อาจสงสัยว่าโดนหญ้าหรือไม่

ท้ายที่สุดต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูว่าถ้าคุณอัจฉริยะคิดว่าเป็นก้านมะยมก็เป็นได้มั้ย ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครปฏิเสธ เรื่องบาดแผลคุณหมอก็เขียนชัดเจนอยู่แล้วว่าเขียนเป็นรอยถลอก รอยเส้นก็ว่ากันไป ขณะเดียวกันศพเริ่มเน่าตอนไปเจอ การรบกวนเรื่องบาดแผล การตรวจดู กรณีบาดแผลฟกช้ำที่อยู่บริเวณหลัง บางทีตอบยากจริงๆ ถ้าเป็นบาดแผลฉีกขาดถลอกง่ายกว่า”

ถ้าเป็นก้านมะยมตีไปที่หลังจะพิสูจน์ทราบได้มั้ยว่าร่องรอยนี้เกิดจากรอยที่ตีแล้วกดทับลงไป หรือเป็นร่องรอยของการขูด

นพ.วีระศักดิ์ : “ได้อยู่แล้ว โดยหลักการมีวิธีการตรวจอยู่แล้ว กรณีการตีลักษณะเป็นของแข็งเป็นท่อน เวลาตีลงไปตรงตำแหน่งถูกตีจะกดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดอาวุธที่ใช้ อย่างกรณีนี้ไม้เส้นลึก มองเป็นริ้วๆ แดงๆ อย่างเดียว แต่ถ้าจะให้ละเอียดต้องใช้แว่นขยาย กรณีการตีแล้วผิวหนังไม่เน่า มันพิสูจน์ทราบไม่ยาก โดยเฉพาะคนที่มีชีวิตมันดูได้ง่าย แต่พอเป็นศพ ศพเริ่มเน่า ดูค่อนข้างยาก”

ภาพจาก โหนกระแส

เป็นไปได้มั้ยเรื่องไม้มะยม

นพ.วีระศักดิ์ : “อันนี้ดูยาก เพราะตัวศพเริ่มเน่า แต่เห็นเป็นริ้วแน่นอน เป็นเส้น”

อัจฉริยะ : “เวลาเสียชีวิต เลือดมาคั่งที่รอยตี ก็ให้เห็นเป็นเส้น แต่ถ้าดูจากด้านหลังจนขาล่าง มันจะเห็นเป็นเส้นสีเข้มเหมือนกัน แต่ถ้าแผลเก่าสีจะจาง”

นพ.วีระศักดิ์ : “จริงๆ ตอนนี้บอกยากเพราะศพเน่า จะบอกว่าถ้าเชื่อมโยงเรื่องนี้ หมอที่เห็นครั้งแรก พูดคุย ตรงนั้นน่าจะได้คำตอบดี เพราะคนที่เห็นด้วยสายตาตัวเองและพิสูจน์น่าจะตอบได้ ส่วนอาการหัวใจสลาย ในทางการแพทย์ เป็นอาการในสาขาด้านจิตเวช ที่มองว่ามีอาการกลัวอะไรต่างๆ แต่ไม่ใช่ทำให้เสียชีวิต เมื่อวานที่ฟังคุณอัจฉริยะพูดว่ากลัวสุดขีด ถ้าจะโยงเรื่องนั้นก็มีอันนึงคือโรคหัวใจสลาย แต่ถ้าเอาตามอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดกับหญิงอายุมากกว่า 60 ปี เด็กนี่ไม่ค่อยเจอ แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นนะครับ เพียงแต่บอกว่าถ้าตามข้อมูลที่เคยมีมา ก็จะมีลักษณะแบบนี้”

“ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องเลือดลงสู่เบื้องต่ำ พวกนี้เวลาตก พอเริ่มเสียชีวิตมันจะเริ่มตกทันที แต่จะเริ่มเห็นเมื่อผ่านไปครึ่งชม.หรือสองชม. แต่ถ้าเลย 6 ชม.ไปแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าศพนอนหงาย ตรงไหนที่ต่ำและเป็นจุดกดทับ มันจะเป็นวงขาว ไม่ถูกกดทับก็จะไม่เห็น สะบักก็ไม่เห็น จะไปเห็นที่หลัง แต่ถ้าถูกทิ้งไว้เกิน 6 ชม. เราไปพลิกตัวศพให้คว่ำหน้าแทน เลือดที่อยู่ที่หลังจะไม่ย้อนกลับ จะเห็นอยู่ว่าอยู่ที่หลัง”

ภาพจาก โหนกระแส

“ฉะนั้นการที่จะอยู่ในตำแหน่งนั้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงเลย มันบอกให้ทราบว่าน่าจะอยู่กับที่ จุดนี้เป็นเวลาเกิน 6 ชม.แล้ว ส่วนเรื่องท่าทาง ถามว่ามีมั้ย ผมไม่ยุ่งเรื่องใบชันสูตรของแพทย์นะ แต่กำลังพูดถึงเรื่องทั่วไป อย่างกรณีคนแขวนคอ ท่าแขวนคอคือยืน เวลาเสียชีวิตเกิน 6 ชม. เลือดก็อยู่ที่ขา ต่อให้เอาศพลงมานอนราบกับพื้นก็เห็นเลือดอยู่ที่ขาอยู่ดี แต่กรณีนี้ผมไม่สามารถพูดถึงได้ว่าทำไมบอกว่าเห็นแค่ขา การบันทึกต้องถามแพทย์ที่เป็นคนบันทึก”

อัจฉริยะ : “เนื่องจากยังไม่มีใครไปสอบปากคำหมอท่านแรก ที่ไปจุดที่เจอศพคนแรก ซึ่งถ้าได้สอบหมอท่านแรก จะไขปริศนาได้ว่าที่คุณลงว่า 18 ชม. เป็นอย่างน้อย เนื่องจากหนอนขึ้น จะย้อนกลับไปได้ว่าไทม์ไลน์เวลากี่วัน ทำไมคุณหมอบอกว่าเลือดตกปลายขาสองข้าง สามบาดแผลที่เห็นว่าเป็นเส้นๆ เป็นเพราะอะไร คือหมอคนแรก ผมถือว่าเป็นคนไขปริศนาคดีนี้ ซึ่งไม่เคยถูกสอบปากคำ”

กรณีนี้อาจารย์ฟันธงได้มั้ย มองว่าเป็นรอยตีมั้ย

นพ.วีระศักดิ์ : “เหมือนที่เรียนว่าแค่รูปและบางส่วน ผมไม่สามารถฟันธงได้ แต่ถ้าถามความคิดส่วนตัว ถามว่าเป็นไปได้มั้ย เป็นไปได้ แต่ผมให้น้ำหนักน้อย น้ำหนักมันอยู่ที่หลักฐานที่เราเห็น เพราะตอนนี้เรายังไม่เห็นตัวศพจริง ไม่เห็นรูปเต็ม จะไปฟันธงยาก

แต่ถ้าถามผม ผมก็ให้น้ำหนักน้อย ผมมองว่าเป็นร่องรอยที่ลักษณะถ้าเกิดตีด้วยก้านมะยม แล้วถ้าเกิดตีแบบที่เราเห็นว่าไปทดลองตี แล้วไม่เป็นในลักษณะเลือดออก ถ้าตีจนเลือดออกเป็นรอยถลอก จะเห็นเป็นร่องรอยที่สอดคล้องกับคำว่าบาดแผลถลอก แต่ถ้าตีแล้วเป็นเส้นแดง อาจมียั้งก็ได้ ซึ่งหลังตายจะเห็นไม่ค่อยชัด”

ในมุมพี่อัจ มีสงสัยในใจ

อัจฉริยะ : “เราสงสัยอยู่ไม่กี่คน เราพอรู้คร่าวๆ แล้วว่าเป็นใคร เราพอรู้คร่าวๆ หลังเราเปิดประเด็น อย่าลืมว่าทุกคนออกรายการทีวี แล้วให้สัมภาษณ์สื่อรายวัน เราก็เก็บข้อมูลทุกคนที่เกี่ยวข้อง ก็มีตัวละครอยู่ไม่กี่คน แต่ที่แปลกใจ สองผัวเมียก่อนขึ้นไปบนเขากับชาวบ้านตอนทุ่มนึงถึงเที่ยงคืน แล้วแอบขึ้นเขาไปตอนตีสาม แล้วลงมาตอนเช้า แล้วหลังจากนั้นไม่กล้าขึ้นไปอีกเลย นี่ก็เป็นอีกประเด็นนึง”

หมายถึงพ่อแม่เขาเหรอ

อัจฉริยะ : “ผมไม่รู้ เอาเป็นสองคนผัวเมียก่อน ส่วนอีกคนรู้ก่อนล่วงหน้าว่าเด็กหาย โดยไม่มีใครรู้ว่าเด็กหาย คนนี้รู้ก่อน พอหลังจากน้องเสียชีวิตไป 3 วัน มีนักข่าวมาจำลอง เขาพูดมาทำไมแบกเป้ขึ้นไปเยอะแยะ เขาพูดมาคำนึงว่าต้องเบากว่าน้องชมพู่”

พูดถึงลุงพลเหรอ

อัจฉริยะ : “ผมก็พูดให้ฟังว่าเขามีการสัมภาษณ์นักข่าวว่าเบากว่าน้องชมพู่ ถามว่าคำพูดแบบนี้ พูดทำไม ทีนี้มาดูประเด็นอีก มีการขัดแย้งมั้ย มี มีการขัดแย้งกัน มีสารเสพติดมั้ย มี ผมไปเช็กมาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเป็นแบบที่พูดแน่นอน และหนูก็ไม่มีการตาย หนูอยู่ปกติเหมือนเดิม”

รูปที่ลงเอามาจากไหน

อัจฉริยะ : “เราไม่ได้เอามาจากตร. รูปแบบนี้กู้ภัยก็มี ผลชันสูตรเบื้องต้น นักข่าวก็หาได้ ทำไมช่องอื่นยังเอาผลนิติเวชมาลง นี่แค่เบื้องต้นนะ ภาพพ่อแม่ก็เป็นภาพที่กู้ภัยก็ถ่ายได้ ชาวบ้านที่ขึ้นไปก็ถ่ายได้ เพราะเขาเจอศพตอนทุ่มนึง พิสูจน์หลักฐานกับตร.ขึ้นไปตอนห้าทุ่มกว่า หลังทุ่มกว่าถึงสี่ทุ่มกว่าชาวบ้านขึ้นไป ทุกคนมีมือถือทุกคน ก็ถ่ายได้หมด”

มีประเด็นนึง ไปพบเสื้อสีส้มซุกอยู่ในกอไผ่ ก่อนหน้านี้มีการตั้งประเด็นว่าวันที่เกิดเหตุ วันที่ 11 พ.ค. น้องหายไป และมีคนเห็นว่าคนใส่เสื้อสีส้มด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนั้น คิดว่าคนเสื้อส้มพาน้องไปหรือเปล่า ล่าสุดเจอที่นี่ แม่น้องไปดูแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนจะเอามาซุกไว้ ต้องมาซุกนานแล้วเพราะมีปลวกขึ้นด้วย พี่พอจะรู้มั้ยเรื่องเสื้อส้ม

อัจฉริยะ : “ไม่ให้ราคาเลย มันไม่เกี่ยวกัน ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้ว่าเขานะ คนเมื่อกี้ (หมายถึงแม่) เวลาเราเปิดประเด็นเรื่องถูกตีก้น เขาบอกว่าไม่เชื่อหรอก เขาเชื่อนิติเวช พอหมอนิติเวชบอกว่าเด็กเดินขึ้นไปได้ เขาบอกไม่เชื่อนิติเวช คุณไม่อยู่กับร่องกับรอย เวลาคุณพูดคุณก็กลับไปกลับมา วันนี้สิ่งที่เราเชื่ออยู่อย่าง ผมเชื่อว่าตร.ระดมคนฝีมือทั้งนั้นไป ทีมนี้จะคลี่คลายคดีได้อีกไม่นาน”

นิติเวชไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขืนก็ไม่มี แม้กระทั่งเอามืออุดปากอุดจมูก แล้วน้องดิ้นสลบไป เขาบอกเลือดต้องพุ่งมาที่ตา เจอมั้ย

อัจฉริยะ : “ไม่มีทางเลย เป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องการช็อกมีโอกาสสูง เพราะแม่พูดเองนะว่าเด็กกลัวความสูง ขึ้นบันไดก็ไม่กล้าขึ้น กลัวความสูง เด็กคนนี้น้ำหนักเบา เราไม่รู้ว่ามีโรคประจำตัวมั้ย ซึ่งบางทีเด็กคนนี้อาจกลัวสัตว์ หรืออะไรก็ได้ที่กลัวสุดขีด เพราะสภาพตาเบิกค้าง มือเกร็ง ถ้าเป็นเด็กธรรมดาเสียชีวิต ยังไงก็ไม่มีการเกร็ง นี่ตายแล้วยังกำมืออยู่เลย”

กรณีที่คนตาย หิวตาย อดน้ำ ฮีทสโตรกตาย ตาจะค้างมั้ย

นพ.วีระศักดิ์ : “ตรงนี้อาจไม่ได้เป็นข้อมูลที่เราเอามาสรุปได้ทันที แต่ถามว่าเป็นอย่างนั้นได้มั้ยก็ว่ากันไป ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องตา เราไม่แน่ใจเรื่องความร้อนกับแสงแดดที่ส่องเข้ามา จะเห็นว่าศพหน้าแห้งมาก เวลาแห้งเหมือนเนื้อเยื่อเราน้ำระเหยออกมา พอระเหยก็มีการดึงรั้ง ตาที่หลับอยู่ปริ่มๆ อาจเบิกขึ้นได้ เพราะหนังตาอาจมีการขดตัวของกล้ามเนื้อที่สูญเสียน้ำ แต่โดยส่วนตัวผม ถ้าพูดเรื่องการเกร็งแบบนี้ ยังเป็นลักษณะที่เอามาสรุปก่อนตายค่อนข้างยาก เพราะทุกกรณีการเสียชีวิต มันชี้วัดไม่ได้ มันค่อนข้างยาก”

มุมดีเอ็นเอ ที่ไม่เจอของใครเลย

อัจฉริยะ : “มันยังตอบไม่ได้เพราะยังตรวจไม่หมด อย่างน้อยยังมีเรื่องสายสิญจน์ขาด กางเกงถ้าอุ้มไปต้องมีเหงื่อที่แขนคนร้าย อาจจะติดกางเกง เขากำลังใช้น้ำยาในการตรวจอยู่ แล้วก็รองเท้า เสียดายอย่างเดียวที่เราไม่ได้ทำ คือหาดีเอ็นเอตามร่างกายว่ามีรอยมือใครหรือไม่ มันเน่าเลยตรวจไม่ได้ ถ้าตรวจได้ป่านนี้จบแล้ว”

อีกมุมนึง ถ้าหลับตาคิด เด็กร้องไห้ คนร้ายเอาเสื้อเด็กอุดปากอุดจมูกแล้วสลบไป คนร้ายพาไปข้างบน ตรวจหาได้มั้ย

นพ.วีระศักดิ์ : “เวลาปิดปาก ปิดจมูก มีแรงดันอะไรก็ตาม เขาเรียกจุดเล็กๆ แดงๆ จุดอุดตันจากแรงดัน ต้องเรียนว่าไม่ใช่ทุกรายจะเจอแต่โดยส่วนใหญ่จะเจอ พอเราบอกว่าไม่เจอแล้วไม่ใช่ ก็บอกไม่ได้แล้ว ต้องมาดูว่ากรณีปิดปาก เด็กจะดิ้นให้หลุดจากภาวะหายใจไม่ออก เขาต้องทำอย่างไร เขาต้องสลัดตัว ขณะที่ขยับตัว เนื้อเยื้อกับฟันอาจมีการเสียดสีกัน จะมีรอยถลอกให้เห็น ลักษณะแบบนี้ก็จะบอกได้ว่าเป็นร่องรอยการปิดปากหรือไม่ ถามว่ากรณีแบบนี้เจอได้ทุกรายมั้ย ส่วนใหญ่ก็เจอ แต่บางส่วนก็ไม่เจอ มันก็ไม่ได้ฟันธงทุกรายว่าเจอแล้วตอบเลยได้มั้ย ก็น่าจะเป็นลักษณะที่ต้องไปตามหา ถ้าไม่เจอก็อธิบายยากเลย”

เอาเสื้ออุดน้องอุดจมูกยากกว่าเอามืออุดมั้ย

นพ.วีระศักดิ์ : “ค่าเท่ากัน เพราะสุดท้ายเวลาอุดไม่ว่าจะมือ เด็กตัวเล็ก ผู้ใหญ่มือใหญ่ก็ปิดได้เต็มอยู่แล้ว ขณะเดียวกันสิ่งที่เราตรวจได้ก็อย่างที่เรียน ถ้ามีการขยับ มีบาดแผล และมีอื่นๆ ที่เป็นวัตถุพยานโดยรอบเป็นตัวสรุป อันนี้สำคัญ”

วัวกินเสื้อได้มั้ย

อัจฉริยะ : “เป็นไปไม่ได้หรอก คิดเกินไป คนร้ายรายนี้ใช้วิธีอำพราง ไม่งั้นไม่วางของเล่นห่างจากจุดพบศพหรอก”

ยืนยันว่าเด็กไม่ได้ตายเอง

อัจฉริยะ : “ไม่ได้ตายเอง เป็นไปไม่ได้ เด็กจะตายเองต้องไม่ใช่วิธีแบบนี้ จะมาเอารองเท้าไปวางจุดนึง ของเล่นจุดนึง ไม่มีทางเลย เอาเป็นว่าขึ้นเขาเองยังไม่ได้เลย ไม่มีทาง”

จะตามไปเรื่อยๆ

อัจฉริยะ : “ก็เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนเพราะเราเปิดประเด็นให้เขาแล้ว ผมคิดว่าแพทย์คนแรกต้องตอบคำถามว่าอะไรคือตัวเลข 18 อะไรคือเลือดตกปลายขาสองข้าง อะไรคือแผลถลอก ต้องตอบพนักงานสอบสวน อย่าลืมว่าพอตรวจเสร็จปั๊บเขาอาจจะล้างทำความสะอาด เขาอาจไม่รู้ไง เราไม่รู้ว่าเขาทำความสะอาดหรือเปล่า ก็ทำให้หลักฐานหายไปได้”

นพ.วีระศักดิ์ : “ตอนเสียชีวิตบนภู ขนย้ายน้องลงมาค่อนข้างนาน และใช้คนแบกลงมาจากเขา ผมว่าก็มีการรบกวนเรื่องตัวศพส่วนหนึ่งอยู่แล้ว กรณีที่มีข่าวว่ามีเรื่องบาดแผลอะไรอื่นๆ เพิ่มเติมตรงนี้ก็จะมีได้”

คิดว่าน้องจะตายฟรีมั้ย คนร้ายจะลอยนวลมั้ย

อัจฉริยะ : “ผมว่าไม่ เพียงแต่ขาดองค์ประกอบอะไรเล็กๆ น้อยๆ ตอนนี้มีผู้ใหญ่ประชุมกัน ผมว่าเขาวางกรอบเดินใหม่แล้ว ขณะนี้ชุดสืบสวนล้ำหน้าทุกอย่างแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าตร.เขารู้ว่าจะจี้จุดยังไงไม่ลากยาวแน่นอน”

เสื้อส้มไม่ให้ค่า

อัจฉริยะ : “ไม่มีราคา ส่วนคนที่สัมภาษณ์ก็กลับไปกลับมา คุณจะพูดยังไงก็ได้ เขาไม่เคยมาออกรายการพี่หนุ่มนะ เอามาออกรายการแล้วให้ดีเบตกันมั้ยล่ะ หรือไม่ก็เอาไปดีเบตที่บ้านเขา”

คลิป

ขอบคุณ โหนกระแส

Facebook Comments