ข่าวสังคม-โซเชียล » ปปช. ขีดเส้น 15 วัน ปารีณา ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา แจ้งทรัพย์สินเท็จ-รุกป่า

ปปช. ขีดเส้น 15 วัน ปารีณา ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา แจ้งทรัพย์สินเท็จ-รุกป่า

8 September 2020
221   0

วันที่ 8 ก.ย. ที่สำนักงานป.ป.ช. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ยอมรับว่าป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ใน 2 ข้อกล่าวหาจริง คือกรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และกรณีกระทำความผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีครอบครองพื้นที่ป่าสงวน

โดยขณะนี้ ตนไม่แน่ใจว่า น.ส.ปารีณา รับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ แต่ตามขั้นตอน ป.ป.ช.จะเรียก น.ส.ปารีณา มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง แต่หากไม่มาถือว่าเป็นสิทธิ์โดยป.ป.ช.จะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาหรือแจงพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 15 วัน แต่หากครบกำหนด 15 วัน จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะแก้ข้อกล่าวหาเพื่อหักล้าง ทุกอย่างก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพื่อนำไปสู่การไต่สวนจนถึงขั้นชี้มูลความผิด

นายนิวัติไชย กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งตามกฎหมาย ขณะนี้น.ส.ปารีณา ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะคดียังไม่มีการชี้มูล ความผิด และเมื่อแก้ข้อกล่าวหาแล้วหากคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นว่าไม่มีมูลความผิด คดีดังกล่าวก็จะตกไป แต่หากมีมูลก็ชี้มูลความผิดก่อนส่งเรื่องนี้ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้วินิจฉัย และหากศาลประทับรับฟ้องน.ส.ปารีณา จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ทันที จากนั้นก็เป็นกระบวนของศาล ขณะเดียวกันการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จจะมีโทษทางอาญาด้วย

อย่างไรก็ตาม กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินเท็จของ น.ส.ปารีณา ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงที่ดิน 1,700 ไร่ ที่จังหวัดราชบุรีเท่านั้น แต่ยังมีรายการทรัพย์สินอื่นอีก ทั้งที่เกี่ยวเนื่องและไม่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ทั้งนี้ทางป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปให้การช่วยเหลือน.ส.ปารีณา ให้เข้าไปครอบครองพื้นที่ป่าสงวนเขาสนฟาร์มหรือไม่ ซึ่งหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่วันนี้ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบต่อไป

ส่วนกรณีการถือครองที่ดิน นั้น ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือคดีอาญาเป็นอำนาจของกองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ดำเนินการ แต่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบในเรื่องของการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงฐานครอบครองพื้นที่ป่า ซึ่งหากพบข้อมูลความผิดจริงก็จะต้องยื่นร้องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาลงโทษให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิ์ทางการเมือง

Facebook Comments