ข่าวสังคม-โซเชียล » เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้ปิดทองหลังพระ ตลอด 34 ปี

เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้ปิดทองหลังพระ ตลอด 34 ปี

27 October 2020
317   0

กลายเป็นกระแสอย่างหนัก หลังจากที่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ประกาศลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญูเมื่อวานที่ผ่านมา วันนี้ทีมข่าว dailyliveexpress ได้รวบรวมเส้นทางชีวิตกว่าจะมาเป็น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้ปิดทองหลังพระ

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มีชื่อเล่นว่า ท็อป เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบัน คือ จังหวัดสระแก้ว) เริ่มเข้าสู่วงการด้วยการถ่ายแบบและแสดงเป็นตัวประกอบ ก่อนจะมารับบทนำจากการแนะนำของ คมน์ อรรฆเดช ในเรื่อง ตำรวจเหล็ก คู่กับ มาช่า วัฒนพานิช ซึ่งเป็นนักแสดงใหม่ด้วยกันทั้งคู่ และมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากละครโทรทัศน์ เรื่อง แผลเก่า ทางช่อง 7 เมื่อปีพ.ศ. 2531 โดยรับบทเป็น ไอ้ขวัญ แสดงคู่กับชุติมา นัยนา จากนั้นจึงมีผลงานที่เป็นที่รู้จักอีกคือเรื่อง เหตุเกิดที่ สน. เมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยรับบทเป็น หมวดปลิว นายตำรวจประจำ สน.

ผลงานเด่น ๆ ทางภาพยนตร์ได้แก่ บางระจัน เมื่อปีพ.ศ. 2544 รับบทเป็น อ้ายทองเหม็น ซึ่งได้รับรางวัลตุ๊กตาทองนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมด้วย และยังมีผลงานกำกับการแสดงจากเรื่อง ตำนานกระสือ ในปีพ.ศ. 2545 ช้างเพื่อนแก้ว ในปีพ.ศ. 2546 เดอะโกร๋น ก๊วนกวนผี ในปีพ.ศ. 2547 และปัญญา เรณู ในปีพ.ศ. 2554 นอกจากนี้ยังเคยรับบทเป็นพระราชาอินเดียในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่มาถ่ายทำในประเทศไทยด้วยคือ Alexander ส่วนผลงานละครโทรทัศน์ในระยะหลัง ๆ มีเพียงเรื่อง รุกฆาต ทางช่อง 7 เมื่อปีพ.ศ. 2552 ในฐานะดารารับเชิญ

ในทางสังคม ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นดาราที่ช่วยเหลือสังคม โดยทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานกว่า 20 ปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

22 ตุลาคม พ.ศ. 2559 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู พระเอกชื่อดังเข้าอุปสมบทอย่างเรียบง่าย ณ อุโบสถวัดบางแวก แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพิธีอุปสมบทครั้งนี้มีท่านพระครูธีรธรรมานันท์ เจ้าคณะแขวงบางแวก เจ้าอาวาสวัดบางแวก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า อาจิตปุญโญ แปลว่า ผู้ทำบุญไว้ดีแล้ว ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 เขากลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเขาได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนกระทั่งมียอดบริจาคทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 400 กว่าล้านบาท และยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ยังคงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 บิณฑ์ ได้ประกาศขอลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้ แต่บิณฑ์ยังยืนหยัดที่จะปกป้องสถาบันและยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนไทยต่อไปในนามของผู้ชายที่ชื้อว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

Cr. dailyliveexpress

Facebook Comments