ความรู้-ท่องเที่ยว » แพทย์รามาฯ แนะวิธีป้องกันเชื้อไวรัส RSV หลังระบาดหนัก เด็กป่วยแน่น รพ. อาการคล้ายไข้หวัด

แพทย์รามาฯ แนะวิธีป้องกันเชื้อไวรัส RSV หลังระบาดหนัก เด็กป่วยแน่น รพ. อาการคล้ายไข้หวัด

27 October 2020
5046   0

พญ.โสภิดา บุญสาธร สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาให้ความรู้เรื่องเชื้อไวรัส RSV (อาร์เอสวี) ที่กำลังระบาดหนัก ผ่านทางเว็บไซต์ rama.mahidol.ac.th ซึ่งในประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ คนไข้เด็กทั่วประเทศทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก รพ.สต. ป่วยด้วยไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV เยอะมากแน่นทุกโรงพยาบาล

ไวรัส RSV คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษคือ Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจได้ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ทำให้ร่างกายผลิตเสมหะออกมาจำนวนมาก ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้มีมานานหลาย 10 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันเริ่มมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ มักจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กเล็ก

สาเหตุและการติดเชื้อไวรัส RSV

เชื้อไวรัส RSV สามารถเกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าหากเกิดในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจทำให้มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ เชื้อไวรัสที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกาย มักติดต่อผ่านทางการ ไอ จาม รวมถึงการสัมผัสโดยตรงจากสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ แต่หากเกิดในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง อาการป่วยจะหายได้เอง แต่ถ้าผู้ใหญ่คนนั้นที่เป็นโรคปอด โรคหัวใจ ก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ อัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ติดเชื่อไวรัสนี้จะต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในเด็กเล็กมากๆ หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด และเด็กที่คลอดก่อนกำหนด อาจเกิดภาวะรุนแรงถึงขั้นหายใจล้มเหลว ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หรืออาจะเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกัน

ผู้ปกครองสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV ในบุตรหลานได้โดยการพยายามให้เด็ก ๆ ล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันการติดต่อทางการสัมผัส ใส่หน้ากากอนามัยในที่ที่คนพลุกพล่าน ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะออกจากร่างกาย แต่ถ้าหากเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่หย่านม ก็สามารถให้เด็กดูดนมได้มากที่สุดตามต้องการ แยกอุปกรณ์และภาชนะต่าง ๆ ของเด็กแต่ละคน ไม่ควรใช้ร่วมกัน

วิธีการสังเกตอาการว่าติดเชื้อไวรัส RSV หรือไม่

เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส RSV ระยะเริ่มต้นนั้นใช้เวลาในการฝักตัวประมาณ 3-6 วัน หลังจากได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เริ่มจากการมีน้ำมูก จาม ไอ ทำให้ คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองรู้ตัวช้า ดังนั้นจึงต้องคอยสังเกตอาการของลูกหลานอย่างใกล้ชิด และต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มด้วย เช่น อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไอ จาม มีเสมหะจำนวนมาก หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าหลอดลมตีบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ

วิธีการรักษา

เบื้องต้นไวรัส RSV ไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกัน ดังนั้นแพทย์จึงใช้วิธีการรักษาไปตามอาการ รักษาประคับประคอง ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาลดไข้ หรือในเด็กบางรายที่มีลักษณะของหลอดลมตีบ ก็อาจจะมีการให้ยาพ่นเพิ่มเพื่อขยายหลอดลม รวมถึงการเคาะปอดและดูดเสมหะ

ขอบคุณข้อมูล rama.mahidol.ac.th

Facebook Comments