ข่าวสังคม-โซเชียล » รมว.ยุติธรรม แจง พืชกระท่อมหากจะนำมาทำอาหารขายยังผิด

รมว.ยุติธรรม แจง พืชกระท่อมหากจะนำมาทำอาหารขายยังผิด

11 กันยายน 2021
54   0

รมว.ยุติธรรม แจง พืชกระ ท่ อ มปลูก ใช้ ครอบครอง ข ายใบสดได้เสรี น้ำต้มกินเอง-แ จ กจ่ า ยได้ แต่หากจะนำมาทำอาหาร-น้ำสมุนไพรขาย ยังผิ ด ก ฎ ห ม าย สาธารณสุขกำลังเร่งปรับแก้ให้สอดคล้อง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่รัฐสภาได้เห็นชอบ พ.ร.บ.ย าเส พติ ดให้โ ท ษ (ฉบับที่ 8) ซึ่งเป็นการถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชีย าเส พติ ดให้โ ท ษประเภ ท 5 ไปแล้วนั้น แต่ยังมีหลายคนสงสัย เกี่ยวกับการใช้พืชกระท่ อ มว่าสามารถทำในส่วนใดได้บ้าง ดังนั้นตนจึงขอชี้แจงว่า ในส่วนของการเคี้ยวใบ การปลูก การครอบครองและการข า ยใบสดที่ไม่ได้ปรุง หรือทำเป็นอาหารทำได้อย่างเสรีไม่ผิ ดก ฎห ม า ย แต่ส่วนการนำไปทำผ ลิ ตภัณฑ์สมุนไพร ที่แจ้งว่ามีส ร ร พคุณช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ต้องไปขออนุญาตตามก ฎหม ายของกระทรวงสาธารณสุข เพราะมี พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ควบคุมอยู่

นอกจากนี้การนำไปทำเป็นอาหารหรือเป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อข ายนั้น พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ยังไม่ปลดล็อกให้สามารถนำพื ชกระท่ อ มไปทำอาหาร หรือผสมในอาหารเพื่อจำหน่ายได้ โดยประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424 ) พ.ศ. 2564 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งกำหนดให้อาหารที่ปรุงจากพืชกระท่ อมเป็นอาหารที่ห้ า มผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย หรือแม้กระทั่งน้ำต้มกระท่ อ มที่ไม่ได้ผสมกับสิ่งใดเลยก็เป็นสิ่งที่ห้ามผลิตเพื่อจำหน่ายตามประกาศฉบับนี้ การฝ่ าฝื น ผลิต และขายอาหาร ที่ พ.ร.บ. อาหาร ห้ าม มีโ ท ษตามมาตรา 50 จำคุก 6 เดือน – 2 ปี ปรับ 5,000 – 20,000 บ าท

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่ อ มได้อย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขจึงสมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมก ฎหม าย ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่ อ มเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ย า อาหาร และเครื่องสำอางได้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคในการค้ าข ายแบบชาวบ้าน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. …. คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งตนเป็น ประธานฯ ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะส่งให้กระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไปแล้ว แต่สำหรับในช่วงนี้ที่ประกาศยังไม่ถูกแก้ไข หากผู้ประกอบการที่อยากจะพัฒนาต่อยอดเพื่อสกัดหรือแปรรูปพืชกระท่ อ มโดยใช้ประโยชน์จากสารสำคัญในใบกระท่ อ มเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือยาแผนโบราณ ที่มีสรรพคุณในการบำบัดหรือบรรเทาอาการต่างๆ นั้น สามารถขอคำแนะนำหรือติดต่อได้ที่ กองควบคุมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ที่มา : ไทยรัฐ