ความรู้-ท่องเที่ยว » ข้อควรรู้ รักษาชีวิตอย่างไร เมื่อขับรถจมน้ำ

ข้อควรรู้ รักษาชีวิตอย่างไร เมื่อขับรถจมน้ำ

10 November 2021
380   0

จากกรณีที่มีข่าวเรื่องหนุ่มรายหนึ่งขับรถตาม GPS แล้วเกิดตกน้ำจนเกิดเหตุสลดขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ โดยการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำนั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ วันนี้เราเลยมีวิธี รักษาตัวเอง หากเกิดเหตุการณ์ขับรถตกน้ำหรือน้ำเข้ารถควรรักษาชีวิตตนเองอย่างไร ให้ทุกคนได้ศึกษา เอาไว้เผื่อวันหนึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นกับเราได้

8 ข้อควรรู้ วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุขับรถจมน้ำ

1. ตั้งสติให้เร็วที่สุด

จำไว้ว่าสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆได้ หากเราไม่สามารถดึงสติกลับมาได้จะส่งผลให้เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย ในกรณีที่รถยนต์ยังไม่ตกถึงน้ำอย่าเพิ่งปลดเข็มขัดนิรภัยจนกว่ารถยนต์จะหมดแรงกระแทก เพราะแรงปะทะของผิวน้ำค่อนข้างแรง อาจทำให้ศีรษะหรือร่างกายบาดเจ็บได้

2. ปลดล็อกทุกอย่าง

เมื่อหมดแรงกระแทกให้ปลดล็อกประตู หน้าต่างและเข็มขัดนิรภัยทันที หากมีผู้โดยสารที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ให้ปลดเข็มขัดนิรภัยของเราเสียก่อนจากนั้นค่อยช่วยเหลือผู้อื่นต่อ

3. ปรับความดันด้วยการเปิดหน้าต่าง

เมื่อรถจมน้ำ เปิดหน้าต่างให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้น้ำเข้ารถเพื่อปรับความดันในรถยนต์ให้เท่ากับความดันน้ำด้านนอก ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่สามารถเปิดประตูรถได้เลย เพราะน้ำจากภายนอกดันประตูไว้นั่นเอง เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้คุณลองเปิดประตูรถยนต์ออกไปให้กว้างที่สุดและพาตัวเองออกจากห้องโดยสาร

4. ประหยัดแรงและลมหายใจ

กรณีที่ไม่สามารถปรับความดันและเปิดประตูรถยนต์ออกไปได้ ไม่ควรร้องตะโกนหรือทุบกระจกด้วยมือเปล่า นอกจากจะไม่ช่วยให้ออกไปได้แล้ว ยิ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังกายและลดอากาศหายใจอีกด้วย ดังนั้นเราควรประหยัดแรงและลมหายใจเอาไว้ก่อนที่อากาศจะหมดไป

5. ทุบหรืองัดกระจกหน้าต่าง

เมื่อเปิดประตูออกไปไม่ได้ ทางออกที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือหน้าต่างรถยนต์ มองหาอุปกรณ์ ของแข็งสำหรับทุบกระจกรถยนต์ อย่างเช่นค้อน เหล็กขันน็อต หรือแท่งเหล็กที่พิงศีรษะ โดยมีวิธีการดังนี้

กรณีไม่มีอุปกรณ์อื่นๆ ให้ถอดเหล็กที่พิงศีรษะออกมาจากที่นั่ง ตอกเข้าไปที่ร่องกระจกตรงมุมหน้าต่างประมาณ 1 นิ้ว หากใช้แท่งเหล็กทุบโดยตรงอาจจะไม่ทันการณ์ เมื่อตอกเข้าไปแล้วให้ออกแรงงัดเหล็กเข้าหาตัวจากนั้นกระจกจะแตกทั้งบาน ก็จะสามารถรอดออกจากตัวรถยนต์ผ่านทางหน้าต่างได้

6. ช่วยผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

หากในรถยนต์มีเด็กหรือคนแก่ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เมื่อเปิดประตูหรือกระจกได้แล้วให้ออกจากรถยนต์ทีละคน หากเป็นเด็กเล็กให้กอดไว้อยู่ข้างตัว สำหรับคนแก่หรือผู้ที่พอจะช่วยเหลือตัวเองได้ให้ผลักออกไปก่อนเพื่อให้ลอยตัวขึ้นผืนน้ำและได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าทัน หากพาไปด้วยกันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและอาจจะทำให้ไม่สามารถรอดชีวิตได้ทั้งตนเองและผู้อื่น

7. ปล่อยตัวลอยขึ้นเหนือน้ำ

เมื่อออกมาจากตัวรถได้แล้ว ให้ปล่อยตัวเหนือน้ำตามธรรมชาติ ปล่อยฟองอากาศให้ลอยขึ้นไปและลอยไปตามทิศทางนั้นจะไม่ทำให้หลงทาง ถ้าอยู่ในน้ำที่ลึกมากๆ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าควรไปทิศทางใด ไม่แนะนำให้ว่ายน้ำ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะว่ายไปยังทิศทางที่ลึกลงไปอีกหรือไม่นั่นเอง

8. ห้ามหนีไปอยู่หลังรถ

ห้ามหนีไปอยู่ที่ด้านหลังตัวรถเด็ดขาด ปกติถ้าขับรถตกน้ำ มักจะตกในลักษณะด้านหน้ารถพุ่งลงน้ำ ทำให้อากาศที่มีถ่ายไปอยู่ด้านหลังหมด แต่เมื่อน้ำเข้ารถ รถจะจมลงเรื่อยๆ และไม่นานอากาศหลังรถจะถูกถ่ายออกไปจนไม่เหลืออากาศให้หายใจ ทำให้ไม่สามารถหนีออกไปได้นั่นเอง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขับรถจมน้ำ ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปหากเรารู้จักวิธีการเอาตัวรอดอย่างถูกต้อง ขอแค่ควบคุมสติตัวเองกลับมาให้ไวที่สุด และทำตามคำแนะนำ เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณที่มาจาก : thaipat.co.th