ข่าวสังคม-โซเชียล » น้ำท่วมอุบลฯ ทั้งเมืองจมบาดาล หนักสุดในรอบ 44 ปี

น้ำท่วมอุบลฯ ทั้งเมืองจมบาดาล หนักสุดในรอบ 44 ปี

9 October 2022
57   0

วันที่ 9 ตุลาคม 2565 ขณะนี้ที่ จ.อุบลฯราชธานี และศรีษะเกษ กำลังประสบอุทกภัยกันมหาศาล จากกรณีที่เกิดน้ำท่วมสูงหนักที่สุดในรอบ 44 ปี ในพื้นที่หลายอำเภอ ทั้งอำเภอเมืองอุบลฯราชธานี วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร รวมถึงในหลายพื้นที่ใน จ.ศรีษะเกษ โดยในตอนนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำมูลอยู่ที่ 11.43 เมตร สูงกว่าระดับน้ำท่วมเมื่อปี 2562 ที่ระดับน้ำท่วมอยู่ที่ 10.97 เมตร และหากเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตร ระดับน้ำจะเทียบเท่ากับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2521 ที่เคยมีระดับน้ำสูงที่สุด

ในขณะที่โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ บางพื้นที่น้ำท่วมจนมิดหลังคา ถนนหลายสายถูกตัดขาด ต้องนำรถทหารมาวิ่งรับส่งผู้คน และเหลือเพียงเส้นทางถนนบัวเทิงเส้นทางเดียวเท่านั้น ที่ยังคงให้เป็นเส้นทางที่สามารถให้รถวิ่งสัญจรไปมาได้ ก่อนที่เมืองอุบลฯราชธานีจะถูกตัดขาดจากกระแสน้ำ ซึ่งพบว่าในเส้นทางนี้ มีรถติดยาวเหยียดสุด ๆ

ด้าน นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เผยให้เห็นถึงสภาพน้ำท่วมอุบลฯ ที่หนักมาก และบอกว่าความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานล่าช้า เขื่อนต่าง ๆ ที่รับน้ำก็วิกฤตหนัก น้ำเกินความจุต้องระบายออก รอบชุมชนใกล้บ้านอย่าง คำพอง เทพาคำ น้ำท่วมทะลักถนนจนต้องปิดการจราจร โดยไม่มีหน่วยงานใดแจ้งเตือน แต่แจ้งเพียงแค่ว่าน้ำจะไม่สูงไปกว่านี้ แต่ตลอดทั้งวันน้ำยังสูงชึ้นเรื่อย ๆ ชม. ละ 1 ซม.

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมและพบว่ามีเสาเตือนภัยน้ำท่วมที่ไม่เตือน ร้องเพลงชาติทุกวันพุธอย่างเดียว วันที่ 19 ก.ย. ที่เริ่มมีน้ำท่วม 24 ก.ย. ที่มีพายุเข้า แต่กลับไม่มีการเตือนแต่อย่างใด มีแค่เสียงกึกกัก ๆ และเข้าใจว่ามอเตอร์พังไปแล้วเพราะอยู่ใต้น้ำ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. น้ำท่วมประมาณ 6 เมตรกว่า แต่วันที่ 8 ต.ค. น้ำขึ้นมา 11 เมตรกว่า เท่ากับน้ำขึ้นมาวันละฟุต ทำให้ชาวบ้านย้ายบ้านไม่ทัน อีกทั้งห้องน้ำยังมีไม่พอ

สำนักงานชลประทานที่ 7 พบว่าอัตราการไหลของแม่น้ำมูล กับระดับแม่น้ำโขงยังห่างกันอยู่กว่า 2 เมตร ทำให้การอัตราไหลอยู่ในระดับเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับได้ให้ส่วนอุทกวิทยาที่ 4 มาดำเนินการวัดความเร็วของน้ำที่สะพานโขงเจียม ปรากฏว่าความเร็วของน้ำมูลที่ไหลลงแม่น้ำโขง มีความเร็วสูงกว่าเครื่องผลักดันน้ำ จึงได้ถอนเครื่องผลักดันน้ำทั้งหมดจำนวน 96 เครื่องออก เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการขวางทางน้ำ ซึ่งเครื่องผลักดันน้ำที่ถอนออกก็จะนำไปเก็บไว้ที่บริเวณเชิงสะพานโขงเจียมก่อน เพื่อที่เป็นการสำรองไว้ก่อน หากมีกรณีแม่น้ำโขงหนุนก็สามารถนำมาใช้งานได้ทันท่วงที

ส่วนเครื่องผลักดันน้ำที่ได้ติดตั้งไว้บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล สะพานพิบูลมังสาหารจำนวน 130 เครื่องนั้น จากการตรวจหน้าตัดของน้ำ พบว่าบริเวณร่องกลางน้ำของแม่น้ำมูล มีความลึก ทำให้การระบายน้ำมีความเร็วสูงเช่นกัน จึงได้ถอนเครื่องผลักดันน้ำช่วงบริเวณกลางแม่น้ำออกจำนวน 30 เครื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้มีความเร็วขึ้น แต่ยังคงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไว้บริเวณริมฝั่งทั้งสองด้าน ๆ ละ 50 เครื่อง เนื่องจากอัตราการไหลของน้ำยังช้ากว่าปกติอยู่ ซึ่งการถอนเครื่องผลักดันน้ำนี้คาดว่า 1-2 วันน่าจะแล้วเสร็จ

สำหรับเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงหรือไฮโดรโฟร์จำนวน 11 เครื่องที่ได้ติดตั้งไว้ที่หาดทรายแก้ว บริเวณแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ขณะนี้น้ำมูลมีระดับที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เข้าท่วมบริเวณติดตั้งเครื่อง จึงมีความจำเป็นต้องขนย้ายไปติดตั้งที่ใหม่บริเวณบ้านทรายมูล ห่างจากบริเวณแก่งสะพือประมาณ 1 กิโลเมตร โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการชี้จุดในการติดตั้งเครื่องใหม่อีกครั้ง ซึ่งกรมชลประทานก็จะเร่งดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชนในการเร่งระบายน้ำมูลลงแม่น้ำโขงต่อไป หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนให้แจ้งได้ที่สายด่วน 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง

ในขณะที่เฟซบุ๊กประเทดอุบลฯ ได้เผยหลายข้อที่ทำให้เหตุการณ์น้ำท่วมอุบลฯฯ ปี 2565 ไม่เหมือนกับน้ำท่วมปี 2562 เช่น ในปี 2562 นั้น เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดนที่ จ.อุบลฯ เพียงแห่งเดียว แต่ในปี 2565 เกิดเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หลายคนต้องช่วยเหลือกันเอง ซ้ำยังมีสถานการณ์โควิด 19 ที่เพิ่งผ่านกันมาหมาด ๆ หลายคนได้รับผลกระทบด้านการเงิน ไม่เอื้อให้ช่วยเหลือเพราะต้องฟื้นฟูกันเองก่อน และยังมีกรณีที่ปี 2562 มีการเปิดรับบริจาคหลายช่องทาง แต่ดราม่ากันทุกกรณี ใครจะเปิดรับบริจาคก็ต้องคิดหนัก คนจะบริจาคกันเองก็ไว้ใจกันน้อย และมีเหตุที่ใกล้กับช่วงเลือกตั้ง ส.ส. ไม่สามารถออกไปช่วยเหลือมอบสิ่งของให้ประชาชนได้ เพราะอาจจะผิดกฎ 180 วัน ก่อนการเลือกตั้ง และมองว่าเป็นการหาเสียงของผู้สมัคร

“วิกฤติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา ผลกระทบแผ่ออกไปในวงกว้าง แม้แต่บ้านที่น้ำไม่ท่วมก็ยังได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทาง เราจะหวังพึ่งพาการช่วยเหลือจากภายนอกไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะทุกคนก็ยังลำบากเหมือน ๆ กับเรา

คนอุบลฯ จะต้องร่วมใจกันให้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาภาครัฐต้องทำหน้าที่อย่างรวดเร็วและมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจน ภาคประชาชนก็สามารถใช้สิ่งที่ตัวเองมีออกมาช่วยกันได้ ทั้งเรื่องเงิน อุปกรณ์ สิ่งของ หรือแม้แต่แรงงาน อย่างน้อยที่สุดที่จะให้กันได้คือให้กำลังใจ เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน”

ขอบคุณ siamstreet